คดีอาญา

คือ คดีที่เกี่ยวกับความผิดและมีโทษซึ่งกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่นๆที่มีโทษทางอาญา ซึ่งโทษทางอาญามีอยู่ 5 ประการคือ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ และริบทรัพย์สิน

โดยคดีอาญาแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 

(1)  คดีอาญาที่ยอมความไม่ได้หรือคดีอาญาแผ่นดิน เช่น คดีลักทรัพย์ คดีฉ้อโกงประชาชน เป็นต้น
(2)  คดีอาญาที่ยอมความได้หรือคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว เช่น คดียักยอกทรัพย์ คดีฉ้อโกง เป็นต้น

การฟ้องร้องคดีอาญา เมื่อมีการกระทำความผิดทางอาญาเกิดขึ้นจะมี 2 กรณี คือ

  1. แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน

  2. จ้างทนายความฟ้องร้องที่ศาล

กรณีแรก : เมื่อมีการทำความผิดเกิดขึ้น จะมีการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน และเมื่อพนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำและจัดทำสำนวนเสร็จแล้ว จะมีความเห็นว่าควรสั่งฟ้องหรือไม่ และมีการเสนอสำนวนไปยังพนักงานอัยการ เมื่อพนักงานอัยการตรวจดูสำนวนแล้ว   ถ้ามีความเห็นควรสั่งฟ้อง ก็จะดำเนินการฟ้องคดีอาญาต่อศาลเพื่อให้จำเลยได้รับโทษต่อไป

กรณีที่สอง: เมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ผู้เสียหายจะจ้างทนายความเพื่อฟ้องร้องคดีต่อศาล โดยจะมีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ก็ได้ หรือกรณีที่ผู้เสียหายเห็นว่าคดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในชั้นตำรวจเนื่องจากผู้กระทำความผิดมีการวิ่งเต้น หรือมีอิทธิพล หรืออาจเป็นคดีเล็กน้อย เช่น คดีเช็ค ซึ่งถ้าแจ้งความแล้วจะล่าช้ากว่าการจ้างทนายความฟ้องร้องคดีเอง

ข้อหาหรือฐานความผิดในคดีอาญา ได้แก่

  • ข้อหาหมิ่นประมาท

  • ข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

  • ข้อหาปลอมแปลเอกสาร

  • ข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ. เช็ค

  • ข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

  • ข้อหาบุกรุก

  • ข้อหาขับรถโดยประมาท

  • ข้อหาหลักทรัพย์ วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์

  • ข้อหายักยอกทรัพย์ ฉ้อโกงทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์

  • ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ รับของโจร

  • ข้อหาทำร้ายร่างกาย ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส

  • ข้อหาฆ่าคนตาโดยเจตนา โดยไม่เจตนา ฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่า

  • ​ข้อหาพรากผู้เยาว์ และ ข่มขืนกระทำชำเรา

  • ข้อหาฟ้องเท็จ ให้การเท็จ

  • ข้อหายาเสพติด

  • ข้อหาความที่มีความผิดและมีโทษทางอาญต่างๆ